Wednesday, February 21, 2007

Mardi Gras

เรื่องเม้าท์วันนี้ ก็พอดีวันนี้ตรงกะวันมาดีกรา อยู่เมืองฝรั่งมาได้พักนึง เพิ่งจะรู้ว่าวัน Mardi Gras หรือว่า Fatty Tuesday เนี่ยมันเป็นวันงานทางคริสตศาสนา คือว่านับจากวันพุทธไป เค้าจะถือศีลอด แต่ว่าที่เค้าอดกันเนี่ย อดกินของที่มีติดมัน (fatty)
ไม่รู้ว่าน่าจะเทียบได้กะวันกินเจเราหรือเปล่า (สงสัยคงจะกินเนื้อไม่ติดมันกันได)้ ส่วนศีลอดมัน(ส์)เค้าจะยาวไปจนถึงวันอีสเตอร์ (Easter) ก็ประมาณ สี่สิบวัน ส่วนที่แต่งตัวแฟนซีกันมาเป็นงาน carnival กันเนี่ย ไม่รู้เหมือนกันว่ามีที่มากันยังไง เห็นว่าบางที่เค้ามีกันมาเป็นศตวรรษกันแล้ว เลยไม่มีใครไปขุดขุ้ยมั้ง คงกลัวว่าจะหารากเหง้าไม่เจอ

Sunday, February 18, 2007

วันตรุษ

วันตรุษจีนปีนี้ ผ่านไปแบบไม่รู้เนี้อรู้ตัว (ดีนะท่ืมีเพื่อนฝรั่งมันมาอวยพร เพราะว่ามันอยู่กะคนเวียดนามมั้ง มันเลยไม่หลงวัน) คงเป็นเพราะว่าทางเหนือของฝรั่งเศส มีแต่พวกแขกขาวจากเอฟริกาเหนือเยอะ เรื่องตี๋ๆ เลยเป็นเรื่องของชนกลุ่มน้อยไป แล้วปีนี้ก็พอดีตรงกะเพื่อนอีกคนมันจัดงานวันเกิด เราเลยไม่ได้คิดถึงวันตรุษเลย ได้แต่รอกะจะไปกินงานเพื่อนเค้าอย่างเดียว (พอไปแล้ว ก็กินไม่อิ่ม งานมันก็ไม่ค่อยจะมีอะไรเลี้ยงด้วย มีแต่เหล้า ประมาณว่าเปิดขวดไวน์ตลอด) ไม่รู้จะไปไว้เจ้าที่ไหนด้วยเนีย เห็นว่ามีวัดเวียดอยู่ไม่ไกล แต่ก็ช่างเถอะ ไว้นึกขยันแล้วค่อยไป ได้แต่อวยพรให้ตัวเอง ว่าปีนี้ขอให้ตัวเองมีเงินใช้ซะที

Friday, February 16, 2007

วันวาน ๆ

ยุ่งมาก ๆ เลยช่วงนี้ ไหนจะต้องไปเรียน ไหนจะต้องวิ่งหาที่ฝึกงาน แล้วพอเจอที่ว่าง ก็มีความรู้สึกว่า เค้าโดนกีดกันเรื่องเป็น ตี๋ต่างด้าว พอดีวันวาเลนไทน์ ก็ได้ช็อคโกแล็ตมากล่องนึง เป็นที่ปลอบใจ แก้เซ็ง แล้วยี้ห้อแมวสีน้ำเงินที่ได้มาเนี่ย เค้ามีว่างขายกันแค่ ๓แห่งในฝรั่งเศส เค้านับชิ้นขายด้วย ไอ้ชิ้นทำออกมาขายกันเฉพาะวันเลนไทน์นี้ มันน่าจะตกซัก ร้อยกว่าบาทน่าจะได้ (เป็นราคาธรรมดาของร้านนี้) กินแล้วก็อร่อยดี แต่กินเยอะ ก็เบื่อเหมือนกันนะเนี่ย นี่ก็ผ่านวันวาเลนไทน์มาแล้วยังไม่ได้แกะกินเลย ถึงได้มาแค่ชิ้นเดียว ก็ไม่คิดจะเก็บเข้าไว้ประมูลขายหรอก แต่ว่ากินเข้าไปทีเน่ีย มันหยุดไม่ได้ ช่วงนี้สิวก็เริ่มเห่อขึ้นมา ไม่รู้เป็นเพราะกินช็อคโกแล็ตมากไปหรือไง ยังไงก็ขอให้คนแจกช็อคโกแล็ตจงเจริญนะ เพราะชอบจัง ของอร่อย ๆ เนี่ย

Tuesday, January 09, 2007

ขนมราชัน the King's Cake



เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตรงกะวันที่ 7 มกราคม เป็นวันที่โจเซฟเอาพระคริสต์มาอวด เหล่า ๓ ราชันที่หิ้วของขวัญมาฝาก หลังจากที่เดินทางตามดาวมาหลายเดือน ที่ฝรั่งเค้าเลยถือเป็นวันที่กินขนมหาราชันกัน เราก็ได้ไปกินกะเขาเหมือนกัน ฝาดมาตั้ง ๓ เค้ก แต่ตุ๊กตาดันแอบไปซ่อนในเค้กของคนอีื่นตลอด เวลากินเค้าก็ต้องคอยระวัง อย่ากัดแรง ไม่งั้นฟันอาจหักได้ ปรกติเค้าไว้แบ่งกินกะเด็ก ๆ ไม่รู้ว่าพวกเด็ก ๆ ทำฟันน้ำนมหักกันไปกี่ซี่?

Sunday, December 31, 2006

Bye bye 2006



จบกันไปอีกหนึี่งปี เหล่าฝูงกามาฝากรอยตีนไว้ตามหางตา ไม่รู้จะมาทำไม ได้เอาครีมมาโบก ๆ ไว้ เพื่อมันจะลื่น ๆ ตกขอบหางตาตาย ๆ กันไปซะ

เนี่ยวันนี้ว่าง เราก็เลยเอาวีดีโอที่ถ่ายไว้หลายเดือนก่อนมาลง (เพิ่งจะตัดต่อตามยะถากรรมเสร็จ เนื่องจากไม่มีเวลาว่าง แล้วก็ด้วยความที่เป็นมือใหม่ ก็ไม่รู้ว่ามันต้องทำอะไรบ้าง) เพื่อนที่เป็นลูกครี่งไทย (กะลาว) มันไปเต้นแข่งกะเค้าที่เบลเยี่ยม แล้วความจริงคืนนั้น เราก็ไม่อยากจะออกไปโต้เต๋ข้างนอกซักเท่าไร แต่ว่ามันมาชวนไปเป็นกำลังใจมันหน่อย ก็เลยเอาโทรศัพท์ถ่ายมา เผื่อมันพลาดตกขอบเวทีมา จะได้เฮฮากัน แต่มันก็เต้นได้เลย ๆ นะเนี่ย

Tuesday, December 26, 2006

ออกงานแขก



ช่วงนี้ค่อนข้างจะยุ่งเล็กน้อย เลยหาเวลามานั่งเม้าท์ไม่ได้ เนี่ยพอมีวันหยุดสักอาทิตย์ เพื่อนมันก็ชวนไปต่างจังหวัด คือเพื่อนอีกคน เค้าขอแรงไปช่วยแต่งบ้าน ก่อนจะออกเดินทาง เลยหาเวลามาเม้าท์ซักหน่อย

ช่วงนี้ทางฝรั่ง เค้าก็ฉลองงานคริสมาสกัน ส่วนหนึ่งเค้าก็คิดแบบคนไทยว่า เป็นเทศกาลแจกของขวัญให้กะเด็ก เพราะคนเค้าเริ่มที่จะไม่ค่อยยึดติดกับศาสนาซักเท่าไร ฝรั่งเค้าเข้าโบสถ์ก็เหมือนไปเดินเล่นในร้านขายของเก่า แค่ไปเหลือบๆ ตาดู

เสาร์ที่ผ่านมา เราก็ได้ไปเดินเอ่กเขนกใน โรงงานเก่า ซึ่งเค้าเคยใช้เป็นโรงแยกจดหมาย ของทางการไปรษณีย์ที่นี่ แล้วทางอำเภอเค้าก็เอาตึกร้างมาใช้ออกงานต่าง ๆ ตอนนี้แม่เมืองเลยใส่งานแขกเข้าไป ส่วนงานก็ยังมีให้ออกไปเที่ยวกันจนถึงกลางเดือนหน้า เลยทำเป็นสไลด์แบ่งๆ มาให้ดูกัน พอดีเป็นงานศิลป์แขกร่วมสมัย

Wednesday, November 01, 2006

Halloween


ก่อนมาเดินย่ำเล่นที่เมืองฝรั่งเนี่ย เคยคิดว่าพวกฝรั่งเค้าจะเล่นแต่งตัวกันในวัน Halloween เหมือนๆกันหมด แต่ที่ไหนได้ ทางยุโรปเค้าไม่ค่อยจะเล่นกัน เค้าว่ามีแต่พวกฝั่งอเมริกาเท่านั้นที่เล่น แต่ว่าคืน Halloween เค้าก็มีงานเจาะฝักทอง กะหัวไชเท้า เอาไว้ใส่เทียนสำหรับไล่ผีกัน เห็นว่าเป็นงานวัฒนธรรมของพวก celtic ประมาณว่าเป็นฝรั่งแถมไอแลนด์ ส่วนที่ฝรั่งเศสนี่เค้าก็เอาดอกเบญจมาศ ไปเคารพญาติตามสุสานกันในวันที่ 1 พย. หิ้วกันไปทั้งกระถางนั่นแหละ จะได้อยู่นานดี เพราะว่าเป็นวัน All Saint คือว่าแต่ละวันของพวกคริสเตียนเค้าจะมี Saint ประมาณว่ามีพระประจำวัน เข้าใจว่าในแต่ละวันมีพระอยู่ แล้วพอถึงวันนี้เค้าไม่รู้จะใส่ชื่อพระอะไรดีเค้าก้อเลยรวมญาติซะ เป็นวันรวมพระ แล้ววันพรุ่งนี้เค้าก็จะเป็นวันไหว้(ญาติในสุสาน) เหมือนกะงานสาทร์ประมาณนั้น ช่วงนี้ดอกเบญก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เค้าไม่ค่อยทำอาหารมาไหว้กันนะเนี่ย

Tuesday, October 31, 2006

จับหมาเป็นตัวประกัน




เป็นข่าวทางทีวีว่า ที่อังกฤษกำลังฮิตจับหมามาเรียกค่าไถ่ ข่าวเค้าแจ้งว่าที่โน่น มีหมาโดนจับไปเรียกค่าไถ่วันละประมาณ 140 ตัว แล้วพวกเจ้าของก็จ่ายค่าไถ่กันไปเพื่อจะเอาหมาคืน แล้วจ่ายกันทีก็ร่วมหมื่นกว่ายูโร ประมาณห้าแสนบาท เคยมีอยู่คู่นึงเค้าจ่ายค่าไถ่ไป 40000 ยูโร (ร่วม 2ล้านบาท)เพื่อจะเอาสุนัขพันธุ์ ลาบาเดอร์คืน รู้งี้จับ เชาว์เชาว์ที่บ้านไปเอาค่าไถ่กะแม่ก็ดีนะ

Friday, October 27, 2006

ออกแขก



ทีแรกก็นึกว่าไอ้โปสเตอร์เนี่ย เป็นแค่โปสเตอร์ธรรมดา แต่ที่ไหนได้ เค้าเป็นงานอาร์ตนะเนี่ย อุตส่าห์เอารูปคนในเมืองมาวาดให้เหมือนโปสเตอร์หนังแขก แล้วก็เอามาติดประจาน เอ้ยติดไว้ที่กลางเมือง มีีทั้งหมด 10รูป ไว้ติดที่หัวเมืองรอบๆด้วย ตอนล่างของโปสเตอร์เค้ามีชื่อเขต แล้วก็ชื่อนาย และนางแบบ พร้อมอาชีพเขียนอยู่ข้างๆรูป เอาเป็นว่าประจานกันให้จะๆ เป้าหมายเค้าก็อยากให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ได้รู้จักค่าหน้าค่าตาคนในเมือง ไม่ลืมหน้าคนบ้านใกล์เรือนเคียง ก็พวกฝรั่งเค้าไม่ค่อยจะมาเดินเล่นข้างนอกคุยกะเพื่อนบ้านกัน เพราะว่ามันหนาวอะ เราก็ว่าน่าเบื่อมากเลยเดินไปก็คอยแต่จะเจอคนหน้าเดิม

Thursday, October 26, 2006

Sugar Baby Love


Sugar Baby Love
Vidéo envoyée par jeab


อันนี้เป็นวีดีโอโปรโมชั่นการใช้ถุงยาง รู้สึกว่าจะไม่ได้ฉายทางทีวี เค้าจะได้ดูกันทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น สโลแกนเค้าว่า "ปกป้องตัวเองจนกว่า จะได้พบรักแท้นะจะ"

Wednesday, October 25, 2006

แขกในเมืองฝรั่ง



จำได้ว่าเมื่อตอนที่เมืองไทยออกหนังเรื่อง นมต์รักลูกทุ่ง เวอร์ชั่นปี 2000 มันดูเฉิ่ม ๆ ดี ตอนนั้นเลยรู้สึกว่าแฟชั่นย้อนยุคมันกะลังมา แต่ไม่คิดว่ามันจะมาแรงถึงขนาดที่เมืองลิล (ตอนเหนือของฝรั่งเศส)นี่เขาเอาศิลปะ "แขก" มาออกงานโชว์เป็นหัวข้องานประจำปี ส่วนโปสเตอร์ที่เห็นนี่ก็ถ่ายมาจากชานเมือง ไม่รู้ว่าจะทำเป็นแขกจนสุดคั่ว คิดว่าที่ิอินเดียเค้าคงไม่มีโปสเตอร์แบบนี้ในเมืองแน่

Thursday, October 19, 2006

Lille3000

เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ตัวจังหวัดจัดงาน(ไม่วัด) เนี่ยจะว่าเล่นไฟเป็นไฮไลท์ก็น่าจะได้ พอดีมันเป็นคืนเปิดงาน พอดี concept เป็นแบบอินเดีย คงกะว่าจะเอาให้สุดเฉิ่ม เค้าเอาไฟมาเผากระดานผ้าให้มันเป็นงานศิลป์ เราก็ยืนดูอยู่พักนึง นีกไม่ออกว่าจะให้มันเป็นรูปอะไรดี แต่ว่างานเล่นไฟเนี่ยมันมาก ตอนท้าย ๆ ก็เล่นเอาน่ากลัวเหมือนกัน นึกว่าจะโดนไฟลวก เพราะยืนอยู่แถวหน้า มีอย่างที่ไหนเล่นพ่นไฟสารพัดแบบ

Tuesday, September 12, 2006

พลังแห่งสี

สงสัยจะเป็นช่วงดวงตก เป็นเหตุให้เราต้องแยกจากกัน บัตรเครติดสีทองอันเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจในการจับจ่ายก็มีอันเป็นต้องแยกจากเราไป ก็เพราะว่าไม่มีเงินไปให้แบงค์นะซิ น่าเศร้ากันไหมครับท่าน

จำได้ว่าเมื่อตอนไปจ่ายค่าตั๋วที่การบินไทยในปารีส ไอ้ฝรั่งที่เคาท์เตอร์ขายตั๋วเนี่ย มันเปลี่ยนเสียพูดไปเลย จากพูดธรรมดา พอมันเห็นบัตรเข้า เสียงมันก็เปลี่ยน แถมมีหางเสียงแบบไพเราะ(พอแปลงเป็นภาษาไทยได้)ว่า ...ครับท่าน... ไม่น่าเชื่อเลยว่าสีมีผลต่อชีวิตคนเราจริง ๆ ด้วย

Monday, September 11, 2006

Black to school

โอ้มายก้อด, กลิ่นอายวันเปิดเทอมมากล่ำกลาย แตะปลายจมูก แล้วก็แตะกระเป๋าเงินด้วย...

ก็เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเนี่ย โดนนายตรวจตามรถไฟใต้ดินมันจ่ายใบสั่งให้ ช่วงปิดเทอมเนี่ยดีมากเลย ได้ขึ้นลงรถฟรี พวกนายตรวจเนี่ยหายหัวกันไปหมด เหมือนพวกนกอพยพไปหากินกันที่อื่น พอหมดฤดูก็กลับมาหากินใหม่ เนี่ย... เผลอหน่อยเดียว เสียเงินไปร่วม 30 กว่ายูโร ต้องไปจ่ายเงินภายใน ห้าวันด้วยนะ ไม่งั้น จ่ายเต็ม รู้สึกว่าใจดีมากเลย มีลดให้ด้วย

เนี่ยจะไม่ให้แอบขึ้นรถฟรีได้ไง ก็ดูซิ ปากทางเข้าเนี่ย ไม่มีประตูกันเลย

Saturday, August 26, 2006

ออกแรง


เมื่อเช้าเพื่อนคนนึงมันมาขอแรงไปช่วยขนของ แบบว่าขอให้ไปเป็นจับกังยกสินค้าให้เขาหน่อย ด้วยความเป็นคนไทยที่มีอยู่ในตัวอยู่บ้าง เราก็เลยไปช่วยเขา โดยถือเสียว่าเป็นงานกุุศล

ขน ๆ ไป, มันก็ไม่ได้เกรงใจเราด้วยนะ เนี่ยเล่นเอาขนจนหมดตู้คอนเทนเนอร์เลย พวกสินค้าเสื้อเจ็คเก็ตประมาณสี่ีพันกว่าตัว เล่นเอากล้ามขึ้น มันอ้างว่าได้ยินเราบ่นเรื่องไม่ได้ออกกำลัง แล้วหุ่นทรงก็เรื่มเปลี่ยนเป็นไข่พะโล้ต่อไม่จิ้มฟันเข้า มันก็เลยชวนมาออกกำลัง

ระหว่างที่ขนเสื้อเจ็คเก็ตหนังเนี่ย ก็มานึกได้ว่าทำไมพวกจับกังที่ีนี่เขาไม่ค่อยนิยมใส่เสื้อหนังกัน มาถึงบางอ้อก็ตอนขนเสื้อเนี่ยแหละ แม่งเสื้อห่าอะไรกันนะ หนักฉิบ

Thursday, August 17, 2006

Summer Time


เว้นการเม้าท์ไปซะหลายอาทิคย์ เนื่องจากว่าเพื่อนคนนึงมันชวนกันไปเที่ยวบ้านมันที่ต่างจังหวัดเกือบอาทิตย์ วันๆ ก็เดินเอาอาหารไปเลี้ยงไก่ในเล้า เพราะว่า วันๆไม่ค่อยมีห่าอะไรจะทำ แล้วข้างๆบ้านก็เป็นป่า เขาไปเดินเล่นนี่ก็ได้เห็นพวกกวางที่มันคอยจะหลบหนีเรา เห็นเราเป็นตัวประหลาดไปหรือไงนี่


ทำเนียมของฝรั่งทำงานนี่เขาจะได้พักร้อนกันปีละ 3-4 อาทิตย์ (เป็นอย่างต่ำ, น่าอิจฉามากเลย) แล้วช่วงนี่คนทำงานก็มักจะลาหยุดกัน เพราะว่าพวกที่มีลูกมีเมีย ก็ต้องพากันไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากัน เวลาอยู่ในเมืองนี่ก็จะรู้สึกวังเวงเล็กน้อย ขนาดเธคที่มันเปิดเฉพาะคืนวันศุกร์ กะเสาร์เนี่ย มันยังปิดไปพักร้อนกะเขาด้วย เทียบกับเธคในไทยแล้วงง ทำไมที่เขาอยู่กันได้นะ

Saturday, July 29, 2006

เที่ยวเธค Belgium

ตั้งแต่มาอยู่ทางเหนือฝรั่งเศสเนี่ย เราได้มีโอกาสไปเที่ยวเธ็คในเบลเยี่ยมอยู่บ่อย ๆ เพราะว่ามันใกล้กันพอสมควร ไอ้ที่ใกล้มากก็ใช้เวลาขับรถไปประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าจะให้มันส์จริง ก็ต้องไสหัวไกลหน่อย จากที่บ้านก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ (รู้สึกว่าตั้งแต่มาอยู่ต่างจังหวัดเนี่ย ระยะทางมักจะไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร ตอนอยู่ในปารีสนี่ออกไปช๊อปนอกเมืองก็รู้สึกว่าไกลแล้ว)

เธคที่นี่เขาเที่ยวกันเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาไม่ได้เปิดกันทุกวันแบบที่บ้านเรา เธ็คส่วนใหญ่มันจะให้เราทำบัตรสมาชิกด้วย แล้วก็นะอย่างว่า ค่าใช้จ่ายมันแพงไปซะหมด เสียเงินตั้งแต่ค่าบัตรผ่านเข้า (ที่ไม่สามารถเอาไปแลกดริงค์ได ๆ ได้) ค่าดริงค์ก็จะถูกกว่าที่ฝรั่งเศสหน่อย แต่ว่าเข้าห้องน้ำก็ต้องจ่ายค่าเข้า ไปฉี่ทีก็ 50 cent ก็ 20 กว่าบาท ไม่เคยฉี่กันแพงมากขนาดนี้เลยนะ
วิธีของนักฟุตบอลคนนี้ไม่รู้จะใช้ได้ผลบนฟลอร์หรือเปล่า? สงสัยค่าเข้าห้องน้ำข้างสนามคงแพงหูฉี่

Saturday, July 22, 2006

ร้อนแรง

คิดมาตลอดเลยว่าอยู่เมืองเหนือของฝาหรั่งนี่อากาศจะไม่ร้อนขนาดนี้ กลางคืนกว่าจะได้นอนนี่ นั่งรอความง่วงจนเหนื่อย สาเหตุคงเป็นเพราะที่นี่มันไม่มีแอร์แบบบ้านเรา

Thursday, July 13, 2006

top hit 3


โอ้ย... อารายจะมาเป็นข่าวกันได้ทุกวัน พูดกันหน้าทีวีสามวัน สามคืนไม่จบ ขนาดข่าวคนตายกันเป็นเบื่อในอินเดีย ยังกลายเป็นข่าวจิบจ๊อยไปเลย ก็เรื่องที่อีตาซีดาน เอาหัวไปโหม่งคู่แข่งอิตาเลียนเนี่ย เอามาพูดยิ่งกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอีก
แถมอีตาซีดานต้องออกมาขอโทษขอโพยชาวฝาหรั่งเศษที่ทำตัวไม่ดี ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเด็กๆ เพราะที่นี่เขายกให้เป็นฮีโร่ เป็นประชาชนตัวอย่าง เรื่องของเรื่องก็คือ (ไม่รู้นะว่าที่เมืองไทยเอาข่าวไปพูคแล้วหรือยัง) ตา มาโก้ มาแตราซี่ ไปจับเสื้อซีดานระหว่าง เงื้อๆ รอบอลอยู่ ด้วยความรำคาญ ซีดานก็เลยว่า ถ้าอยากได้เสื้อมันละก็ รอเวลาเลิกแข่งแล้ว ค่อยมาแลกเสื้อกัน มาโก้ก็เลยด่าถึงญาติที่เป็นผู้หญิงรวมไปถึงคุณแม่ด้วย ซีดานก็เลยโหม่งเข้าไปที่อกนายมาโก้ ล้มไปเกลือกกลิ้งกลางสนาม ตอนที่นายซีดานมาขอโทษประชาชีหน้าทีวีเนี่ย เขาว่าเสียใจที่ไม่ได้ชกหน้ามาโก้ ถ้ารู้ว่าจะโดนใบแดงให้ออกสนามไป

เราว่าคงเป็นเพราะเขาหวังที่จะได้ถ้วยฟีฟ่ากัน แล้วคนทั้งประเทศก็ไปฝากความหวังไว้ที่เท้าซีดานเนี่ยแหละ มันน่าจะโทษไอ้คนที่แตะประตูชี้ดวงพลาดไปด้วยนะ

Tuesday, July 04, 2006

(ในที่สุด) ฤดูร้อน (ก็มาถึง)

หนาวๆ เย็นๆ กันมาเป็นเดือน เนี่ยในที่สุดฤดูร้อนก็มาเสียที มันเพิ่งจะมาร้อนกันได้สอง สามวันมาเนี่ยเอง แล้วเวลามันร้อนที่ก็ไม่เท่าเมืองไทยเท่าไร แต่ว่าตามบ้านเราเนี่ยอุปกรณ์ทำความเย็นครบครัน มีทั้งแอร์ ทั้งพัดลม ด้วยความที่เป็นเมืองหนาว อุปกรณ์ทำความเย็นมันเลยไม่มี นอกจากตู้เย็นที่เขามีไว้เก็บอาหารกันเน่า

อยู่ที่นี่เวลาต้องการคลายร้อนที่ก็ต้องไปตามทะเล แล้วก็คอยหลบแดดตามใต้ต้นไม้ หรือในบ้าน แล้วก็คอยดื่มน้ำเย็นเอา เพื่อดับร้อน ตามยถากรรม