Sunday, December 31, 2006
Bye bye 2006
จบกันไปอีกหนึี่งปี เหล่าฝูงกามาฝากรอยตีนไว้ตามหางตา ไม่รู้จะมาทำไม ได้เอาครีมมาโบก ๆ ไว้ เพื่อมันจะลื่น ๆ ตกขอบหางตาตาย ๆ กันไปซะ
เนี่ยวันนี้ว่าง เราก็เลยเอาวีดีโอที่ถ่ายไว้หลายเดือนก่อนมาลง (เพิ่งจะตัดต่อตามยะถากรรมเสร็จ เนื่องจากไม่มีเวลาว่าง แล้วก็ด้วยความที่เป็นมือใหม่ ก็ไม่รู้ว่ามันต้องทำอะไรบ้าง) เพื่อนที่เป็นลูกครี่งไทย (กะลาว) มันไปเต้นแข่งกะเค้าที่เบลเยี่ยม แล้วความจริงคืนนั้น เราก็ไม่อยากจะออกไปโต้เต๋ข้างนอกซักเท่าไร แต่ว่ามันมาชวนไปเป็นกำลังใจมันหน่อย ก็เลยเอาโทรศัพท์ถ่ายมา เผื่อมันพลาดตกขอบเวทีมา จะได้เฮฮากัน แต่มันก็เต้นได้เลย ๆ นะเนี่ย
Tuesday, December 26, 2006
ออกงานแขก
ช่วงนี้ค่อนข้างจะยุ่งเล็กน้อย เลยหาเวลามานั่งเม้าท์ไม่ได้ เนี่ยพอมีวันหยุดสักอาทิตย์ เพื่อนมันก็ชวนไปต่างจังหวัด คือเพื่อนอีกคน เค้าขอแรงไปช่วยแต่งบ้าน ก่อนจะออกเดินทาง เลยหาเวลามาเม้าท์ซักหน่อย
ช่วงนี้ทางฝรั่ง เค้าก็ฉลองงานคริสมาสกัน ส่วนหนึ่งเค้าก็คิดแบบคนไทยว่า เป็นเทศกาลแจกของขวัญให้กะเด็ก เพราะคนเค้าเริ่มที่จะไม่ค่อยยึดติดกับศาสนาซักเท่าไร ฝรั่งเค้าเข้าโบสถ์ก็เหมือนไปเดินเล่นในร้านขายของเก่า แค่ไปเหลือบๆ ตาดู
เสาร์ที่ผ่านมา เราก็ได้ไปเดินเอ่กเขนกใน โรงงานเก่า ซึ่งเค้าเคยใช้เป็นโรงแยกจดหมาย ของทางการไปรษณีย์ที่นี่ แล้วทางอำเภอเค้าก็เอาตึกร้างมาใช้ออกงานต่าง ๆ ตอนนี้แม่เมืองเลยใส่งานแขกเข้าไป ส่วนงานก็ยังมีให้ออกไปเที่ยวกันจนถึงกลางเดือนหน้า เลยทำเป็นสไลด์แบ่งๆ มาให้ดูกัน พอดีเป็นงานศิลป์แขกร่วมสมัย
Wednesday, November 01, 2006
Halloween

ก่อนมาเดินย่ำเล่นที่เมืองฝรั่งเนี่ย เคยคิดว่าพวกฝรั่งเค้าจะเล่นแต่งตัวกันในวัน Halloween เหมือนๆกันหมด แต่ที่ไหนได้ ทางยุโรปเค้าไม่ค่อยจะเล่นกัน เค้าว่ามีแต่พวกฝั่งอเมริกาเท่านั้นที่เล่น แต่ว่าคืน Halloween เค้าก็มีงานเจาะฝักทอง กะหัวไชเท้า เอาไว้ใส่เทียนสำหรับไล่ผีกัน เห็นว่าเป็นงานวัฒนธรรมของพวก celtic ประมาณว่าเป็นฝรั่งแถมไอแลนด์ ส่วนที่ฝรั่งเศสนี่เค้าก็เอาดอกเบญจมาศ ไปเคารพญาติตามสุสานกันในวันที่ 1 พย. หิ้วกันไปทั้งกระถางนั่นแหละ จะได้อยู่นานดี เพราะว่าเป็นวัน All Saint คือว่าแต่ละวันของพวกคริสเตียนเค้าจะมี Saint ประมาณว่ามีพระประจำวัน เข้าใจว่าในแต่ละวันมีพระอยู่ แล้วพอถึงวันนี้เค้าไม่รู้จะใส่ชื่อพระอะไรดีเค้าก้อเลยรวมญาติซะ เป็นวันรวมพระ แล้ววันพรุ่งนี้เค้าก็จะเป็นวันไหว้(ญาติในสุสาน) เหมือนกะงานสาทร์ประมาณนั้น ช่วงนี้ดอกเบญก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เค้าไม่ค่อยทำอาหารมาไหว้กันนะเนี่ย
Tuesday, October 31, 2006
จับหมาเป็นตัวประกัน

เป็นข่าวทางทีวีว่า ที่อังกฤษกำลังฮิตจับหมามาเรียกค่าไถ่ ข่าวเค้าแจ้งว่าที่โน่น มีหมาโดนจับไปเรียกค่าไถ่วันละประมาณ 140 ตัว แล้วพวกเจ้าของก็จ่ายค่าไถ่กันไปเพื่อจะเอาหมาคืน แล้วจ่ายกันทีก็ร่วมหมื่นกว่ายูโร ประมาณห้าแสนบาท เคยมีอยู่คู่นึงเค้าจ่ายค่าไถ่ไป 40000 ยูโร (ร่วม 2ล้านบาท)เพื่อจะเอาสุนัขพันธุ์ ลาบาเดอร์คืน รู้งี้จับ เชาว์เชาว์ที่บ้านไปเอาค่าไถ่กะแม่ก็ดีนะ
Friday, October 27, 2006
ออกแขก

ทีแรกก็นึกว่าไอ้โปสเตอร์เนี่ย เป็นแค่โปสเตอร์ธรรมดา แต่ที่ไหนได้ เค้าเป็นงานอาร์ตนะเนี่ย อุตส่าห์เอารูปคนในเมืองมาวาดให้เหมือนโปสเตอร์หนังแขก แล้วก็เอามาติดประจาน เอ้ยติดไว้ที่กลางเมือง มีีทั้งหมด 10รูป ไว้ติดที่หัวเมืองรอบๆด้วย ตอนล่างของโปสเตอร์เค้ามีชื่อเขต แล้วก็ชื่อนาย และนางแบบ พร้อมอาชีพเขียนอยู่ข้างๆรูป เอาเป็นว่าประจานกันให้จะๆ เป้าหมายเค้าก็อยากให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ได้รู้จักค่าหน้าค่าตาคนในเมือง ไม่ลืมหน้าคนบ้านใกล์เรือนเคียง ก็พวกฝรั่งเค้าไม่ค่อยจะมาเดินเล่นข้างนอกคุยกะเพื่อนบ้านกัน เพราะว่ามันหนาวอะ เราก็ว่าน่าเบื่อมากเลยเดินไปก็คอยแต่จะเจอคนหน้าเดิม
Thursday, October 26, 2006
Sugar Baby Love
Sugar Baby Love
Vidéo envoyée par jeab
อันนี้เป็นวีดีโอโปรโมชั่นการใช้ถุงยาง รู้สึกว่าจะไม่ได้ฉายทางทีวี เค้าจะได้ดูกันทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น สโลแกนเค้าว่า "ปกป้องตัวเองจนกว่า จะได้พบรักแท้นะจะ"
Wednesday, October 25, 2006
แขกในเมืองฝรั่ง

จำได้ว่าเมื่อตอนที่เมืองไทยออกหนังเรื่อง นมต์รักลูกทุ่ง เวอร์ชั่นปี 2000 มันดูเฉิ่ม ๆ ดี ตอนนั้นเลยรู้สึกว่าแฟชั่นย้อนยุคมันกะลังมา แต่ไม่คิดว่ามันจะมาแรงถึงขนาดที่เมืองลิล (ตอนเหนือของฝรั่งเศส)นี่เขาเอาศิลปะ "แขก" มาออกงานโชว์เป็นหัวข้องานประจำปี ส่วนโปสเตอร์ที่เห็นนี่ก็ถ่ายมาจากชานเมือง ไม่รู้ว่าจะทำเป็นแขกจนสุดคั่ว คิดว่าที่ิอินเดียเค้าคงไม่มีโปสเตอร์แบบนี้ในเมืองแน่
Thursday, October 19, 2006
Lille3000
เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ตัวจังหวัดจัดงาน(ไม่วัด) เนี่ยจะว่าเล่นไฟเป็นไฮไลท์ก็น่าจะได้ พอดีมันเป็นคืนเปิดงาน พอดี concept เป็นแบบอินเดีย คงกะว่าจะเอาให้สุดเฉิ่ม เค้าเอาไฟมาเผากระดานผ้าให้มันเป็นงานศิลป์ เราก็ยืนดูอยู่พักนึง นีกไม่ออกว่าจะให้มันเป็นรูปอะไรดี แต่ว่างานเล่นไฟเนี่ยมันมาก ตอนท้าย ๆ ก็เล่นเอาน่ากลัวเหมือนกัน นึกว่าจะโดนไฟลวก เพราะยืนอยู่แถวหน้า มีอย่างที่ไหนเล่นพ่นไฟสารพัดแบบ
Tuesday, September 12, 2006
พลังแห่งสี
สงสัยจะเป็นช่วงดวงตก เป็นเหตุให้เราต้องแยกจากกัน บัตรเครติดสีทองอันเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจในการจับจ่ายก็มีอันเป็นต้องแยกจากเราไป ก็เพราะว่าไม่มีเงินไปให้แบงค์นะซิ น่าเศร้ากันไหมครับท่านจำได้ว่าเมื่อตอนไปจ่ายค่าตั๋วที่การบินไทยในปารีส ไอ้ฝรั่งที่เคาท์เตอร์ขายตั๋วเนี่ย มันเปลี่ยนเสียพูดไปเลย จากพูดธรรมดา พอมันเห็นบัตรเข้า เสียงมันก็เปลี่ยน แถมมีหางเสียงแบบไพเราะ(พอแปลงเป็นภาษาไทยได้)ว่า ...ครับท่าน... ไม่น่าเชื่อเลยว่าสีมีผลต่อชีวิตคนเราจริง ๆ ด้วย
Monday, September 11, 2006
Black to school
โอ้มายก้อด, กลิ่นอายวันเปิดเทอมมากล่ำกลาย แตะปลายจมูก แล้วก็แตะกระเป๋าเงินด้วย...ก็เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเนี่ย โดนนายตรวจตามรถไฟใต้ดินมันจ่ายใบสั่งให้ ช่วงปิดเทอมเนี่ยดีมากเลย ได้ขึ้นลงรถฟรี พวกนายตรวจเนี่ยหายหัวกันไปหมด เหมือนพวกนกอพยพไปหากินกันที่อื่น พอหมดฤดูก็กลับมาหากินใหม่ เนี่ย... เผลอหน่อยเดียว เสียเงินไปร่วม 30 กว่ายูโร ต้องไปจ่ายเงินภายใน ห้าวันด้วยนะ ไม่งั้น จ่ายเต็ม รู้สึกว่าใจดีมากเลย มีลดให้ด้วย
เนี่ยจะไม่ให้แอบขึ้นรถฟรีได้ไง ก็ดูซิ ปากทางเข้าเนี่ย ไม่มีประตูกันเลย
Saturday, August 26, 2006
ออกแรง

เมื่อเช้าเพื่อนคนนึงมันมาขอแรงไปช่วยขนของ แบบว่าขอให้ไปเป็นจับกังยกสินค้าให้เขาหน่อย ด้วยความเป็นคนไทยที่มีอยู่ในตัวอยู่บ้าง เราก็เลยไปช่วยเขา โดยถือเสียว่าเป็นงานกุุศล
ขน ๆ ไป, มันก็ไม่ได้เกรงใจเราด้วยนะ เนี่ยเล่นเอาขนจนหมดตู้คอนเทนเนอร์เลย พวกสินค้าเสื้อเจ็คเก็ตประมาณสี่ีพันกว่าตัว เล่นเอากล้ามขึ้น มันอ้างว่าได้ยินเราบ่นเรื่องไม่ได้ออกกำลัง แล้วหุ่นทรงก็เรื่มเปลี่ยนเป็นไข่พะโล้ต่อไม่จิ้มฟันเข้า มันก็เลยชวนมาออกกำลัง
ระหว่างที่ขนเสื้อเจ็คเก็ตหนังเนี่ย ก็มานึกได้ว่าทำไมพวกจับกังที่ีนี่เขาไม่ค่อยนิยมใส่เสื้อหนังกัน มาถึงบางอ้อก็ตอนขนเสื้อเนี่ยแหละ แม่งเสื้อห่าอะไรกันนะ หนักฉิบ
Thursday, August 17, 2006
Summer Time

เว้นการเม้าท์ไปซะหลายอาทิคย์ เนื่องจากว่าเพื่อนคนนึงมันชวนกันไปเที่ยวบ้านมันที่ต่างจังหวัดเกือบอาทิตย์ วันๆ ก็เดินเอาอาหารไปเลี้ยงไก่ในเล้า เพราะว่า วันๆไม่ค่อยมีห่าอะไรจะทำ แล้วข้างๆบ้านก็เป็นป่า เขาไปเดินเล่นนี่ก็ได้เห็นพวกกวางที่มันคอยจะหลบหนีเรา เห็นเราเป็นตัวประหลาดไปหรือไงนี่

ทำเนียมของฝรั่งทำงานนี่เขาจะได้พักร้อนกันปีละ 3-4 อาทิตย์ (เป็นอย่างต่ำ, น่าอิจฉามากเลย) แล้วช่วงนี่คนทำงานก็มักจะลาหยุดกัน เพราะว่าพวกที่มีลูกมีเมีย ก็ต้องพากันไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากัน เวลาอยู่ในเมืองนี่ก็จะรู้สึกวังเวงเล็กน้อย ขนาดเธคที่มันเปิดเฉพาะคืนวันศุกร์ กะเสาร์เนี่ย มันยังปิดไปพักร้อนกะเขาด้วย เทียบกับเธคในไทยแล้วงง ทำไมที่เขาอยู่กันได้นะ
Saturday, July 29, 2006
เที่ยวเธค Belgium
ตั้งแต่มาอยู่ทางเหนือฝรั่งเศสเนี่ย เราได้มีโอกาสไปเที่ยวเธ็คในเบลเยี่ยมอยู่บ่อย ๆ เพราะว่ามันใกล้กันพอสมควร ไอ้ที่ใกล้มากก็ใช้เวลาขับรถไปประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าจะให้มันส์จริง ก็ต้องไสหัวไกลหน่อย จากที่บ้านก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ (รู้สึกว่าตั้งแต่มาอยู่ต่างจังหวัดเนี่ย ระยะทางมักจะไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร ตอนอยู่ในปารีสนี่ออกไปช๊อปนอกเมืองก็รู้สึกว่าไกลแล้ว)
เธคที่นี่เขาเที่ยวกันเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาไม่ได้เปิดกันทุกวันแบบที่บ้านเรา เธ็คส่วนใหญ่มันจะให้เราทำบัตรสมาชิกด้วย แล้วก็นะอย่างว่า ค่าใช้จ่ายมันแพงไปซะหมด เสียเงินตั้งแต่ค่าบัตรผ่านเข้า (ที่ไม่สามารถเอาไปแลกดริงค์ได ๆ ได้) ค่าดริงค์ก็จะถูกกว่าที่ฝรั่งเศสหน่อย แต่ว่าเข้าห้องน้ำก็ต้องจ่ายค่าเข้า ไปฉี่ทีก็ 50 cent ก็ 20 กว่าบาท ไม่เคยฉี่กันแพงมากขนาดนี้เลยนะ
วิธีของนักฟุตบอลคนนี้ไม่รู้จะใช้ได้ผลบนฟลอร์หรือเปล่า? สงสัยค่าเข้าห้องน้ำข้างสนามคงแพงหูฉี่
เธคที่นี่เขาเที่ยวกันเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาไม่ได้เปิดกันทุกวันแบบที่บ้านเรา เธ็คส่วนใหญ่มันจะให้เราทำบัตรสมาชิกด้วย แล้วก็นะอย่างว่า ค่าใช้จ่ายมันแพงไปซะหมด เสียเงินตั้งแต่ค่าบัตรผ่านเข้า (ที่ไม่สามารถเอาไปแลกดริงค์ได ๆ ได้) ค่าดริงค์ก็จะถูกกว่าที่ฝรั่งเศสหน่อย แต่ว่าเข้าห้องน้ำก็ต้องจ่ายค่าเข้า ไปฉี่ทีก็ 50 cent ก็ 20 กว่าบาท ไม่เคยฉี่กันแพงมากขนาดนี้เลยนะ

วิธีของนักฟุตบอลคนนี้ไม่รู้จะใช้ได้ผลบนฟลอร์หรือเปล่า? สงสัยค่าเข้าห้องน้ำข้างสนามคงแพงหูฉี่
Saturday, July 22, 2006
ร้อนแรง
Thursday, July 13, 2006
top hit 3

โอ้ย... อารายจะมาเป็นข่าวกันได้ทุกวัน พูดกันหน้าทีวีสามวัน สามคืนไม่จบ ขนาดข่าวคนตายกันเป็นเบื่อในอินเดีย ยังกลายเป็นข่าวจิบจ๊อยไปเลย ก็เรื่องที่อีตาซีดาน เอาหัวไปโหม่งคู่แข่งอิตาเลียนเนี่ย เอามาพูดยิ่งกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอีก
แถมอีตาซีดานต้องออกมาขอโทษขอโพยชาวฝาหรั่งเศษที่ทำตัวไม่ดี ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเด็กๆ เพราะที่นี่เขายกให้เป็นฮีโร่ เป็นประชาชนตัวอย่าง เรื่องของเรื่องก็คือ (ไม่รู้นะว่าที่เมืองไทยเอาข่าวไปพูคแล้วหรือยัง) ตา มาโก้ มาแตราซี่ ไปจับเสื้อซีดานระหว่าง เงื้อๆ รอบอลอยู่ ด้วยความรำคาญ ซีดานก็เลยว่า ถ้าอยากได้เสื้อมันละก็ รอเวลาเลิกแข่งแล้ว ค่อยมาแลกเสื้อกัน มาโก้ก็เลยด่าถึงญาติที่เป็นผู้หญิงรวมไปถึงคุณแม่ด้วย ซีดานก็เลยโหม่งเข้าไปที่อกนายมาโก้ ล้มไปเกลือกกลิ้งกลางสนาม ตอนที่นายซีดานมาขอโทษประชาชีหน้าทีวีเนี่ย เขาว่าเสียใจที่ไม่ได้ชกหน้ามาโก้ ถ้ารู้ว่าจะโดนใบแดงให้ออกสนามไป
เราว่าคงเป็นเพราะเขาหวังที่จะได้ถ้วยฟีฟ่ากัน แล้วคนทั้งประเทศก็ไปฝากความหวังไว้ที่เท้าซีดานเนี่ยแหละ มันน่าจะโทษไอ้คนที่แตะประตูชี้ดวงพลาดไปด้วยนะ
Tuesday, July 04, 2006
(ในที่สุด) ฤดูร้อน (ก็มาถึง)
หนาวๆ เย็นๆ กันมาเป็นเดือน เนี่ยในที่สุดฤดูร้อนก็มาเสียที มันเพิ่งจะมาร้อนกันได้สอง สามวันมาเนี่ยเอง แล้วเวลามันร้อนที่ก็ไม่เท่าเมืองไทยเท่าไร แต่ว่าตามบ้านเราเนี่ยอุปกรณ์ทำความเย็นครบครัน มีทั้งแอร์ ทั้งพัดลม ด้วยความที่เป็นเมืองหนาว อุปกรณ์ทำความเย็นมันเลยไม่มี นอกจากตู้เย็นที่เขามีไว้เก็บอาหารกันเน่า
อยู่ที่นี่เวลาต้องการคลายร้อนที่ก็ต้องไปตามทะเล แล้วก็คอยหลบแดดตามใต้ต้นไม้ หรือในบ้าน แล้วก็คอยดื่มน้ำเย็นเอา เพื่อดับร้อน ตามยถากรรม
อยู่ที่นี่เวลาต้องการคลายร้อนที่ก็ต้องไปตามทะเล แล้วก็คอยหลบแดดตามใต้ต้นไม้ หรือในบ้าน แล้วก็คอยดื่มน้ำเย็นเอา เพื่อดับร้อน ตามยถากรรม
Monday, June 19, 2006
งานแต่งฝาหรั่ง
เมื่อวานนี้เพื่อนคนหนึ่งเค้าเชิญไปงานแต่งน้องสาวมา แม่เค้าเปรี้ยวมาก ขึ้นมากระโดดโลดเต้นแบบไม่อายเด็ก รู้สึกว่างานแต่งที่นี่เขาจะอยู่กันดึกมาก กว่าจะเริ่มกินจานแรกก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม จานสุดท้ายก็ประมาณเกือบตีห้า (ขนมเค้กเจ้าบ่าวสาวเนี่ยแหละ) พูดง่าย ๆ ว่า ไม่ต้องไปไหนกันเลย พอออกจากโบส์ถตอนห้าโมงเย็น เขาก็พอไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่อยู่อีกที่นึง
เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มคล้ายแชมเปญ (เพราะเพื่อน ๆ มันมาเม้าท์กันว่า ไม่ใช่แชมเปญ ของจริงขืนเอามาเปิดเลี้ยงแขกแบบนี้ มีหวังขนหน้าแข้งไม่เหลือ) จนประมาณฟ้าเริ่มมืดตอนก่อนห้าทุ่ม แล้วอาหารก็เริ่มเสริฟเป็นจาน ๆ ตามจำนวนคนนั่ง แล้วจานต่อไปก็นั่งรอไปซิ ระยะเวลาแต่ละจานก็ประมาณเกือบๆ ชั่วโมง แต่ว่าพวก วายขาว วายแดง ก็นั่งเสริฟกันเองแบบไม่อั่น มีแต่พวกขี้เหล้ากันทั้งนั้น พวกที่มากับลูกเด็กเล็กแดงก็ต้องปล่อยให้เด็กมันหลับกันคาโต๊ะ
เจ้าบ่าวมันได้งานย้ายไปทำงานในโรงงานนิวเครีย ที่เมืองจีน เจ้าสาวที่เป็นน้องของเพื่อนก็ไม่ตามไปอยู่ด้วย เพราะกลัวติดกัมมันตะพาบรังสี แล้วได้ยินมาว่า เวลาจะกิกกันมันก็ต้องใส่ถุงเพราะกลัวว่าลูกจะไม่สมประกอบ เนี่ยอีกสองวันมันก็ไปแอ่วน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ แมกซิโก
สรุปว่าอาทิตย์นี้ก็ได้เต้นระบำเหมือนกัน แต่ว่าเป็นแบบงานวัดเล็กน้อย มาเต้นเอากันตอนระหว่างรอกิน ถือว่าเป็นการคั่นระหว่างจาน แล้วเพลงมันก็เป็นแบบคนสูงอายุเค้าเต้นกันเพราะว่าญาติผู้ใหญ่มันเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยจะเทคโนกันเท่าไร คิดดูแล้วกันว่าต้องช่วยเข็นรถให้ญาติผู้ใหญ่คนนึงที่รถมันสตาร์ดไม่ติด ด้วยความที่ไม่ทันสมัย ส่วนเราก็เป็นตี๋คนเดียวในงาน
เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มคล้ายแชมเปญ (เพราะเพื่อน ๆ มันมาเม้าท์กันว่า ไม่ใช่แชมเปญ ของจริงขืนเอามาเปิดเลี้ยงแขกแบบนี้ มีหวังขนหน้าแข้งไม่เหลือ) จนประมาณฟ้าเริ่มมืดตอนก่อนห้าทุ่ม แล้วอาหารก็เริ่มเสริฟเป็นจาน ๆ ตามจำนวนคนนั่ง แล้วจานต่อไปก็นั่งรอไปซิ ระยะเวลาแต่ละจานก็ประมาณเกือบๆ ชั่วโมง แต่ว่าพวก วายขาว วายแดง ก็นั่งเสริฟกันเองแบบไม่อั่น มีแต่พวกขี้เหล้ากันทั้งนั้น พวกที่มากับลูกเด็กเล็กแดงก็ต้องปล่อยให้เด็กมันหลับกันคาโต๊ะ
เจ้าบ่าวมันได้งานย้ายไปทำงานในโรงงานนิวเครีย ที่เมืองจีน เจ้าสาวที่เป็นน้องของเพื่อนก็ไม่ตามไปอยู่ด้วย เพราะกลัวติดกัมมันตะพาบรังสี แล้วได้ยินมาว่า เวลาจะกิกกันมันก็ต้องใส่ถุงเพราะกลัวว่าลูกจะไม่สมประกอบ เนี่ยอีกสองวันมันก็ไปแอ่วน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ แมกซิโก
สรุปว่าอาทิตย์นี้ก็ได้เต้นระบำเหมือนกัน แต่ว่าเป็นแบบงานวัดเล็กน้อย มาเต้นเอากันตอนระหว่างรอกิน ถือว่าเป็นการคั่นระหว่างจาน แล้วเพลงมันก็เป็นแบบคนสูงอายุเค้าเต้นกันเพราะว่าญาติผู้ใหญ่มันเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยจะเทคโนกันเท่าไร คิดดูแล้วกันว่าต้องช่วยเข็นรถให้ญาติผู้ใหญ่คนนึงที่รถมันสตาร์ดไม่ติด ด้วยความที่ไม่ทันสมัย ส่วนเราก็เป็นตี๋คนเดียวในงาน
Friday, June 16, 2006
TOP HIT 2
ตอนนี้ที่ฝรี่งเศสกำลังฮิตเรื่องแฟชั่นต่อผม แล้วพวกผู้สื่อข่าวชอบสอดรู้อยากเห็นนี่ เขาก็ไปขวนขวายไปสอดรู้มาได้ว่าผมที่เขาเอามาต่อกันเนี่ยมาจากไหน?
เข้าใจว่าผวกที่ทำหัวเรื่องนี้จะเป็นผวกอิจฉาตาร้อน เพราะว่าค่าต่อผมเนี่ยแพงหูฉี่เลย ราคาตกที่ 10 euros ต่อปอยผม กว่าจะต่อผมทั้งหัวนี่ก็ตกเข้าไป พันกว่ายูโร
แล้วผู้สื่อรู้สอดเห็นก็คาบข่าวมาได้ว่า ผมที่เขาเอามาต่อกันเนี่ย ไปซื้อมาจากอินเดีย เพราะที่นั่นเขานิยมโกนหัวถวายเจ้ากัน ผมที่โกนมาก็เอาไปขายพ่อค้า ราคาก็ตามความยาวของผม แล้วผู้คาบข่าวก็ไปแอบถ่ายมาได้ว่า วัดเนี่ยเขาไปจ้างช่างมาโกนหัวมาถึง 700 กว่าคน เพื่อที่จะมาโกนหัวในตึก 4-5 ชั้น พวกพ่อค้าตั้งแต่หัวยันปลายแถวเนี่ยรวยกันไปตาม ๆ กัน
อยากจะเอาขนหน้าแข้งไปโกนขายบ้าง จะมีคนซื้อไหมนี่?
เข้าใจว่าผวกที่ทำหัวเรื่องนี้จะเป็นผวกอิจฉาตาร้อน เพราะว่าค่าต่อผมเนี่ยแพงหูฉี่เลย ราคาตกที่ 10 euros ต่อปอยผม กว่าจะต่อผมทั้งหัวนี่ก็ตกเข้าไป พันกว่ายูโร
แล้วผู้สื่อรู้สอดเห็นก็คาบข่าวมาได้ว่า ผมที่เขาเอามาต่อกันเนี่ย ไปซื้อมาจากอินเดีย เพราะที่นั่นเขานิยมโกนหัวถวายเจ้ากัน ผมที่โกนมาก็เอาไปขายพ่อค้า ราคาก็ตามความยาวของผม แล้วผู้คาบข่าวก็ไปแอบถ่ายมาได้ว่า วัดเนี่ยเขาไปจ้างช่างมาโกนหัวมาถึง 700 กว่าคน เพื่อที่จะมาโกนหัวในตึก 4-5 ชั้น พวกพ่อค้าตั้งแต่หัวยันปลายแถวเนี่ยรวยกันไปตาม ๆ กัน
อยากจะเอาขนหน้าแข้งไปโกนขายบ้าง จะมีคนซื้อไหมนี่?
Thursday, June 08, 2006
บ้านไร่ ชายทุ่ง
Wednesday, May 31, 2006
ยุงเขมร

จำได้ว่าตอนไปที่มีโอกาสได้ไปเขมร ได้เจอยุงเขมรในห้องพักราคาถูก ๆ ที่ เสียมราฐ มันร้ายมากเลยไอ้ยุงพวกนี้ เพราะว่ามันเล่นกันแต่เรา เพื่อนฝรั่งเนี่ยมันไม่แอ้มเลย ส่วนตัวเราเงี้ย เป็นตุ่มๆ ไปหมด
หรือเป็นเพราะว่ายุงมันยังสำนึกในบุญคุณที่พวกฝรั่งเศสที่เอาเสียมราฐให้เขมรไปหรือไร มันเลยกัดแต่คนไทย หรือว่าเป็นเพราะเราไม่มีขนตามตัว แล้วมันกัดกันง่ายกว่าไปกัดพวกฝรั่งเยอะ?
Tuesday, April 11, 2006
เคล็ดลับ

เคล็ดลับการทำกับข้าวแบบไทย ๆ เนี่ยง่ายนิดเดียว แค่เอากระเทียม รากผักชี แบบข้น ๆ มาเจียวแล้วก็เติมเนื้อบดที่เขาเครียมไว้สำหรับทำเบอร์เกอร์ มาทอด แล้วต้องคอยบี้เล็กน้อย ให้เนื้อมันแหลก พอเนื้อเริ่มเกรียม ก็เติ่มผักเข้าไป พอผักสุก ก็นี่เลยซอสศรีราชา เอาแค่ช้อนโต๊ะเดียวก็พอ แค่นี้ก็ได้ผัดผักกับเนื้อบดมากินให้หายแค้นแล้ว เมื่อก่อนเนี่ยนั่งกินแต่สลัดผักจน หัวโต แล้วก็ไม่ได้อยากไดเอดหรอก แต่ทำกับข้าวไม่เป็น
แล้วเดี่ยวนี้ผักก็ไม่ต้องไปหั่น ไปล้างน้ำให้กลุ้มใจ ให้หนาวมือ เพราะเขามีผักแช่แข็งแบบหั่นเสร็จแล้วด้วย สบายกว่ากันเยอะ แล้วกระเทียมกับรากผักชีหั่นเนี่ย มันเป็นของยี่ห้อ คนอร์ หิ้วมาจากเมืองไทย เพราะรากผักชีหายากมาก
Friday, April 07, 2006
ชอบเอี่ยว

เมื่อสองวันก่อน เรานั่งรถไฟกลับจากเหนือ ลงไปที่พักปกติ (ทางใต้ของปารีสประมาณ ร้อยยี่สิบกว่าโล) พอดีตรงกับวันที่ สหพันธ์แรงงานชาวรถไฟมันนัดหยุดงานกัน เพื่อสนับสนุนเหล่านักศึกษาที่ประท้วงกฎหมายแรงงานใหม่ของรัฐบาล
ต้องยอมรับว่าสหพันธ์รถไฟเนี่ยชอบเอี่ยวไปทุกงาน ไม่ว่าเหตุการณ์จะกระทบกระเทือนกับองค์กร"รฟท"หรือไม่ แล้วช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิเนี่ย ต้องว่าเป็นฤดูของเขาเลย แล้ว"รฟท"ของฝรั่งนี่เขารวมไปถึง"ขสมก"ในปารีสด้วย พอรวมหัวกันแล้วมันกระทบกระเทีอนคนเยอะดี แต่เขามีกฎหมายรองรับอยู่ว่า ต้องมีส่วนหนึ่งให้บริการด้วย เพราะว่ายังมีคนต้องอาศัยไปทำงานอีก
แต่ว่าข้อดีอย่างนึงช่วงที่มันนัดหยุดงานประท้วงเนี่ย ขึ้นรถได้ฟรี ไม่มีพนักงานตรวจ เพราะถ้าถูกจับได้ ค่าปรับมันแพงหูฉี่เลย เนียเมื่อสองเดือนก่อน แอบขึ้นรถไฟใต้ดินมันไป ค่ารถมันตกประมาณ 70บาท พอหาตั๋วไม่เจอ มันเลยปรับไปเกือบ 2000บาท ถ้าไม่มีเงินจ่ายเดี๋ยวนั้น หรือขอผลัดมันจ่ายวันอื่น มันก็เพิ่มค่าเตรียมเอกสารเข้าไปอีกเป็นพัน รวมแล้ว 3000กว่าบาท เลยคิดแล้วมันน่าจะประท้วงกันทั้งปีนะ จะได้ขึ้นรถฟรีทั้งปี
Wednesday, April 05, 2006
โสเภณี Pride

เพิ่งไปอ่านคอลัมน์หนึ่งใน web site ของ le Quotidien de tetu.com พอดีเขามี การเดินแสดงความภาคภูมิเป็นโสเภณี เมื่อวันที่ 18 มีค.ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงกฎหมายปกป้องโสเภณีของรัฐ เขาว่ามันไม่ได้ปกป้องอะไรให้แก่เหล่าชายหญิงที่ขายพรม(จรรย์) แต่อย่างได แถมโดนตรวจบัตรประชาชนกันอยู่บ่อย ๆ เหล่าผู้ค้าขายที่มาจากต่างประเทศก้โดนกวาดไปเลื่อย ๆ (ข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย) แล้วก็โดนตำรวจข่มขู่กันเนือง ๆ
สนใจอยากไปดู web site เป็นภาษาฝรั่งเศสได้ที่ http://www.lesputes.org/
Friday, March 31, 2006
ตั่วเครื่องบิน 30 ปี

คงงงละซิว่าไอ้รูปเครื่องเสียงกะทีวีที่วางให้ดูมันเกี่ยวอะไรกะตั๋วเครื่องบิน
เรื่องมันมีอยู่ว่า ไอ้เพื่อนคนที่ให้ที่พักกะเราเนี่ย มันชอบเครื่องเสียงยี่ห้อ Bang & Olufsen เป็นอย่างมาก แล้วมันได้เก็บเงินซื้อมาใช้จนสมใจอยาก ในรูปนี้ก็เป็นอุปกรณ์ที่มันซื้อมาใช้ ประกอบด้วยทีวี จอ LCD (ไม่มีลำโพงด้วยนะ ไอ้ทีวีตัวนี้) ลำโพง 4 ตัว ลำโพงกลาง (เสียงโมโน)1ตัว เครื่องเล่นแผ่นซีดี 1เครื่อง รีโมดคอลโทลน 2ตัว (เอาไว้ใช้ในห้องนอนตัวนึง กะในห้องนั่งเล่นตัวหนึ่ง) ตัวลำโพง +แอมป์ 1เครื่อง สำหรับติดในห้องนอน (เอาไว้ฟังเสียงทีวี วิทยุ ซีดี) ทั้งหมดนี้รวมแล้ว ซื้อ Benz Coupé Clqsse A ที่นี่ใช้ได้ 1คัน หรือไม่ก็เก็บเงินไว้ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับเมืองไทย ได้ปีละหน เป็นเวลา 30 ปี เชียว!
เป็นข่าว
เมื่อตอนเที่ยง มันมีข่าวมาว่า หนุ่มผู้เขียน blog คนหนึ่ง โดนแฟนเก่าฟ้องเอา เพราะมันดันไปเอารูปแฟนเก่าเปลือยครึ่งท่อนไปใส่ไว้ใน blog สาเหตุก็คือถูกขอเลิก หนุ่มก็เลยเกิดความแค้นขึ้น เลยเอารูปเปลือยไปลงให้ชาวบ้านดู ให้หายแค้น เนื่ยโดนศาลปรับไป แค่ 100€ เอง คิดแล้วก็คุ้มนะ ได้หายแค้นด้วย
Wednesday, March 29, 2006
หมาหัวเน่า
หมาตัวนี้หัวไม่เน่านะ แต่ว่าชุดมันน่ารักดี เป็นแบบ BatDog เ่ท่ห์ซะ ชุดBatmanนี่อายไปเลยเมื่อคืนก่อนโน้น มีเพื่อนลูกครึ่ง (ลาวกับไทย) เขาโทรมาคุยว่า โดนแฟนอันเชิญให้กลับไปอยู่บ้านแม่ เพราะว่าแฟนเขาเบื่อแล้ว ฟังดูเหมือนเทศกาลโดนทิ้งกันจังช่วงนี้ แฟนมันโทษว่ามันเที่ยวกลางคืนเก่ง (แต่มันก็เที่ยวด้วยกันนะแหละ เพราะว่าออกไปเที่ยวกะมันเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา มันก็ยังเที่ยวด้วยกันอยู่เลย แต่สงสัยว่า แฟนมันคงขี้เกียจเที่ยวมั้ง) ตัวมันก็โทษแฟนว่า เล่นแต่อินเตอร์เน็ต อ่อยชาวบ้าน
แรก ๆ ก็สงสารมันอยู่หรอกที่โดนแฟนทิ้ง แต่นึกไปนึกมา สงสารตัวเองดีกว่า เพราะเรายังไม่ได้เป็นประชาชนของประเทศนี้เลย อาจจะโดนเนรเทศ เร็วๆ นี้ก็ได้ เพราะว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันเป็นเด็กมาโตในฝรั่งเศส แล้วมันก็เป็นฝรั่งไปแล้วด้วย
Monday, March 27, 2006
ผลพวงของการเปลี่ยนเวลา
เมื่อวาน เรานั่งนึกอยู่ตั้งนานว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องเปลี่ยนเวลาทางยุโรป วันนี้ก็มาถึงบางอ้อ เอากับเรื่องของผลร้ายตัวนี้ก็คือ ง่วงครับ เพราะว่าวานนี้กว่าจะได้หลับก็ประมาณตี 4 ครึ่ง แถมต้องบังคับตัวเองนอนด้วยนะ แล้วเมื่อเช้าก็ตื่นเอาตอน 11 โมง เนี่ยไม่ต้องเอาอะไรมากเลย ตื่นตามเวลาเดิม (เวลาไม่มีอะไรทำ) แต่เนี่ยรู้สึกเหมือนนอนไม่อิ่ม เพราะเวลาทางชีวภาพของเราเองมันยังติดอยู่ที่เวลาเดิม ก็คือเป็นเวลา 10 โมงเอง อยากนอนต่อจังเลย
Sunday, March 26, 2006
เปลี่ยนเวลา
ที่ยุโรปนี่ เขามีการเปลี่ยนเวลาช่วงหน้าร้อน กับหน้าหนาว คือหน้าหนาว เขาใช้เวลาที่เร็วกว่าหน้าร้อนอยู่ 1 ชม. รู้สึกว่าภาษาอังกฤษ เขาจะใช้คำว่า "Daylight save time" เพราะว่าเมื่อช่วงวิกิจน้ำมันในช่วงปี 80 (อะไรประมาณนั้น) ทางรัฐเขาเลยให้ใช้เลื่อนเวลาหน้าหนาวไป หนึ่งชั่วโมง แล้วหน้าร้อนก็หันกลับมาใช้เวลาเดิม (ฟังแล้วงง) เพราะว่าเวลาที่ประชาชนเปิดไฟใช้ จะทำให้น้อยลง เพราะคนไปนอนเร็วขึ้น 1 ชม.
ข้อปฏิบัติก็คือ คืนวันเสาร์สุดท้ายของเดือนตค. ตอนตีสอง เขาต้องหมุนเข็มนาฬิกามาที่ตีหนึ่ง กันทั่วยุโรป เป็นวิธีใช้เวลาหน้าหนาว ประมาณ 6เดือน พอถึงปลายเดือน มีค. เสาร์ อาทิตย์สุดท้ายของเดือน ตอนตีสอง เขาก็จะหมุนนาฬิกามาที่ตีสาม เพื่อกลับมาใช้เวลาตามปกติ เป็นการใช้เวลาของฤดูร้อน เป็นเวลา 6 เดือน เป็นอย่างนี้ทุกปี
มีบางคนเขาก็ลืมเปลี่ยนเวลา ทำใหผิดนัดบาง ไปร้านอาหารเร็วก่อนเวลาเปิดบ้าง ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นดี ที่ต้องคอยเปลี่ยนเวลา สองครั้งต่อปี เดี่ยวนี้ชินแล้วละ รู้สึกว่าคนต่างชาติเขาจะระวังเรื่องนี้มากกว่าคนในประเทศซะอีก
เมื่อคืนเขาก็เพิ่มมาหมุนนาฬิกามาใช้เวลาฤดูร้อน ตอนนี้เวลาต่างจากเมืองไทยก็ ช้ากว่าอยู่ 5 ชม. ถ้าเป็นหน้าหนาวก็ช้าลงไปอีกหนึ่งชม.นะ
ข้อปฏิบัติก็คือ คืนวันเสาร์สุดท้ายของเดือนตค. ตอนตีสอง เขาต้องหมุนเข็มนาฬิกามาที่ตีหนึ่ง กันทั่วยุโรป เป็นวิธีใช้เวลาหน้าหนาว ประมาณ 6เดือน พอถึงปลายเดือน มีค. เสาร์ อาทิตย์สุดท้ายของเดือน ตอนตีสอง เขาก็จะหมุนนาฬิกามาที่ตีสาม เพื่อกลับมาใช้เวลาตามปกติ เป็นการใช้เวลาของฤดูร้อน เป็นเวลา 6 เดือน เป็นอย่างนี้ทุกปี
มีบางคนเขาก็ลืมเปลี่ยนเวลา ทำใหผิดนัดบาง ไปร้านอาหารเร็วก่อนเวลาเปิดบ้าง ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นดี ที่ต้องคอยเปลี่ยนเวลา สองครั้งต่อปี เดี่ยวนี้ชินแล้วละ รู้สึกว่าคนต่างชาติเขาจะระวังเรื่องนี้มากกว่าคนในประเทศซะอีก
เมื่อคืนเขาก็เพิ่มมาหมุนนาฬิกามาใช้เวลาฤดูร้อน ตอนนี้เวลาต่างจากเมืองไทยก็ ช้ากว่าอยู่ 5 ชม. ถ้าเป็นหน้าหนาวก็ช้าลงไปอีกหนึ่งชม.นะ
Saturday, March 25, 2006
finally the Spring comes!
รู้สึกว่าหน้าหนาวปีนี้ที่ฝรั่งเศสมันช่างแสนยาวนาน มันไม่ได้หนาวกว่าทุกปีหรอก แต่ระยะเวลาหนาว มันยืดยาวกว่าปกติ เนี่ยรอจนเกือบสิ้นเดือนมี.ค. อากาศถึงได้เริ่มอุ่นขึ้น เล่นเอาคืนนี้นอนไม่ค่อยลับเลย เพราะว่ารู้สึกว่าร้อนมาก ผ้าห่มขนเป็ดเก็บความร้อนไว้กับตัวเราได้ดีช่วงหนาว แต่พออากาศร้อน มันกลับทำให้เราร้อนจนนอนไม่หลับ สงสัยต้องนอนห่มมุ้งซะแล้ว ไม่รู้ว่าแอร์ที่เมืองไทยจะกล่มเราหลับไหม เพราะที่อุณหภูมิห้องมันยังต่ำกว่าเปิดแอร์อีก
Dyson : ผู้ไม่เคยสูญเสียพลังดูด
จำไม่ได้ว่า ที่เมืองไทยมีขายเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อ DYSON หรือเปล่า สโลแกนของยี้ห้อนี้ในทีวีเขามีอยู่ว่า "ไดซัน ผู้ไม่เคยสูญเสียพลังดูด" เราพึ่งได้มีโอกาศได้เห็นเครื่องสักผ้าของยี่ห้อนี้ก็ตอนที่มาทางเหนือของฝรั่งเศสเนี่ย ดูแล้วมันก็ไมค่อยสวยเท่าไร เหมือนกับอุปกรณ์ตกแต่งยุคอวกาศมากกว่า แต่เพื่อนมันซื้อไว้ใช้เพราะว่า สีมันเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ แล้วปรากฏว่าตอนนี้ไอ้เครื่องซักผ้าตัวนี้น้ำมันรั่ว (ยางรอบฝามันเสื่อม) มันต้องโทรไปเรียกช่างมาซ่อม แล้วเขาบอกด้วยว่า ไอ้เครื่องนี่มันเสียได้ทุกปีเลย ฟังราคาแล้วตกใจ ไม่คุ้มค่าซื้อเลย เพราะราคาเค้าเยียบแสน (เนี่ย เอาเงินไปบินเล่น ไปกลับกรุงเทพ ปารีส กับการบินไทย ได้ตั้งสามรอบ) เลยเข้าใจสโลแกนของยี่ห้อก็ตอนนี้เอง เพราะไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่นเท่านั้นที่ดูด เขายังมีเครื่องซักผ้าไว้ดูดเงินในกระเป๋าคุณด้วย ดีนะที่เพื่อนเขาจ่ายเงินต่ออายุประกัน ก็เล่นเสียกันทุกปียังงี้
Thursday, March 23, 2006
Monday, March 20, 2006
Top hit
ที่ฝรั่งเศสนี่ เรื่องนัดหยุดงาน ชุมนุมประท้วงเนี่ย เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ถ้าเป็นนักเรียนอยู่ก็หยุดเรียนมาประท้วง ช่วงระยะเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการประท้วงก็คือ ปลายหนาวจนถึงสิ้นฤดูใบไม้ผลิ เพราะว่าพอถึงฤดูร้อน พวกชาวม๊อบก็จะพาลูก ๆ ไปทะเล ช่วงหน้าหนาวก็จะหนาวเกินกว่าจะมาเดินประท้วงในเมืองส่วนงานประท้วงปีนี้ ที่มาแรงก็เรื่อง CPE (contrat de premier embauche) แปลว่า คู่สัญญาการจ้างงานครั้งแรก เป็นกฎหมายที่รัฐกำลัง ร่างขึ้นเพื่อให้พวกที่เพิ่งจบการศึกษามีโอกาสรับเข้าทำงานง่ายขึ้น เนี่องจากมีข้อบังคับเวลาที่ไล่คนออกเนี่ยมันยุ่งยาก แล้วนายจ้างต้องจ่ายคนทดแทนต่าง ๆ นานา ข้อเสียที่ผู้คนประท้วงติงกันก็คือเด็กที่พึ่งจบการศึกษา แล้วถูกรับเข้าทำงานครั้งแรกสามารถถูกไล่ออกจากงานได้โดยไม่ข้อแม้ แล้วก็ไม่ได้รับค่าชดใช้ไดๆ (ตลอดช่วงเวลาการลองงาน สองปี)
ตอนนี้ก็มีนร. ทั้งมหาวิทยาลัย ทั้งม.ปลาย หยุดเรียน บล๊อคพวกที่อยากเรียน และเหล่าอาจารย์ที่ขยันสอน ไม่ให้เข้าไปในโรงเรียน แล้วก็มีอีกกลุ่มไปเดินขบวนประท้วงกันในถนน ต้องยอมรับว่าเรื่องความสามัคคีในการชุมนุมประท้วงมีสูงมาก ประท้วงกันไว้ก่อน เรื่องวิเคราะห์ไว้ว่ากันที่หลัง เพราะว่ารัฐบาลเขาอุส่าห์คิดไว้แล้วด้วยว่า ถ้าโดนไล่ออกจากงานแรก เขาก็จะส่งไปอบรมในงานที่อยากทำเพื่อเปลี่ยนอาชีพ แถมได้เงินบำเน็จด้วย เนี่ยดีขนาดนี้แล้ว มันก็ยังมาประท้วงกันเลย คิดแล้ว บ้านเราเนียยังหางไกลนัก
Friday, March 17, 2006
บททดสอบภาคภาษาไทย
ก็อยากเขียน blog เป็นภาษาไทยบ้าง เผื่อมีคนไทย หรือพวกฝรั่งที่เรียนไทย อยากอ่านภาษาไทยขึ้นมา ไม่รู้นะว่าจะมีคนอ่านมากน้อยเท่าไร อย่างไงก็รบกวนเขียนความคิดเห็นกันด้วยนะ ไอ้ blog เนี่ยมันกำลังเป็นที่นิยมมากที่ฝรั่งเศสนี่ มันเม้าท์กันได้ทุกเรื่องเลย คล้าย ๆ กับการเขียนไดอารี่ส่วนตัว
มีอาจารย์ที่ฝรั่งเศสนี่โดนเอาเรื่องจากกระทรวงการศึกษาที่เขี่ยน blog ตัวเองขึ้นมา แล้วมีคนอ่านเยอะ เรื่องมันไปถึงกระทรวง อาจารย์ท่านนี้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนในต่างจังหวัด แล้วก็เป็นเกย์ด้วย แกโดนเอาผิดแล้วโดนไล่ออก ข้อหาเป็นอาจารย์เกย์ ที่ฝรั่งเศสเนี่ยฝ่ายหัวโบราณมีเยอะมาก แล้วเขาก็จะโยงเอาว่าคนที่เป็นเกย์มักจะมีการละเมิดทางเพศกับเด็ก (Pedophily) ก็เลยถูกไล่ออก และยึดเงินเดือน ประมาณ สอง-สามเดือนได้มั้ง ต่อมากลุ่มต่อสู้เผื่อสิทธิ์รักร่วมเพศประท้วงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะว่าเกย์ไม่ได้หมายถึง การละเมิดทางเพศกับเด็ก แล้วอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่เคย ไปมีเซ็กซ์กับเด็กทั่งใน และนอกการปกครอง
ต่อมาทางกระทรวงก็ได้ตัดสินใจใหม่ กลับมาทำงานได้ตั้งแต่การเปิดเทมอใหม่ (เดือนตุลาคม) แต่ระหว่างนี้ท่านก็อดรับเงินเดือน ส่วนที่ถูกยึดไปก็ได้คืน
อีกรายที่เขียน blog เพื่อวิจารณ์การทำงานของอำเภอ (ไม่ไกลจากปารีสเท่าไร บังเอิญไม่ทันจำชื่อ) ที่นำเงินไปใช้ฟุ่มเฟือย งานก่อสร้างบางอย่างก็ถูกทิ้งล้าง บางงานก็ไม่สมควรทำ ปรากฏว่าตาคนนี้ก็โดนอำเภอฟ้องว่าก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ว่าละนะ ตามกฎของประเทศประชาธิปไตย การวิจารณ์ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายนี่หว่า :)))
ไม่น่าเชื่อเลยว่าการเขียน blog ขึ้นมา จะมีบทบาืทกันทางการเมืองได้
มีอาจารย์ที่ฝรั่งเศสนี่โดนเอาเรื่องจากกระทรวงการศึกษาที่เขี่ยน blog ตัวเองขึ้นมา แล้วมีคนอ่านเยอะ เรื่องมันไปถึงกระทรวง อาจารย์ท่านนี้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนในต่างจังหวัด แล้วก็เป็นเกย์ด้วย แกโดนเอาผิดแล้วโดนไล่ออก ข้อหาเป็นอาจารย์เกย์ ที่ฝรั่งเศสเนี่ยฝ่ายหัวโบราณมีเยอะมาก แล้วเขาก็จะโยงเอาว่าคนที่เป็นเกย์มักจะมีการละเมิดทางเพศกับเด็ก (Pedophily) ก็เลยถูกไล่ออก และยึดเงินเดือน ประมาณ สอง-สามเดือนได้มั้ง ต่อมากลุ่มต่อสู้เผื่อสิทธิ์รักร่วมเพศประท้วงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะว่าเกย์ไม่ได้หมายถึง การละเมิดทางเพศกับเด็ก แล้วอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่เคย ไปมีเซ็กซ์กับเด็กทั่งใน และนอกการปกครอง
ต่อมาทางกระทรวงก็ได้ตัดสินใจใหม่ กลับมาทำงานได้ตั้งแต่การเปิดเทมอใหม่ (เดือนตุลาคม) แต่ระหว่างนี้ท่านก็อดรับเงินเดือน ส่วนที่ถูกยึดไปก็ได้คืน
อีกรายที่เขียน blog เพื่อวิจารณ์การทำงานของอำเภอ (ไม่ไกลจากปารีสเท่าไร บังเอิญไม่ทันจำชื่อ) ที่นำเงินไปใช้ฟุ่มเฟือย งานก่อสร้างบางอย่างก็ถูกทิ้งล้าง บางงานก็ไม่สมควรทำ ปรากฏว่าตาคนนี้ก็โดนอำเภอฟ้องว่าก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ว่าละนะ ตามกฎของประเทศประชาธิปไตย การวิจารณ์ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายนี่หว่า :)))
ไม่น่าเชื่อเลยว่าการเขียน blog ขึ้นมา จะมีบทบาืทกันทางการเมืองได้
Subscribe to:
Posts (Atom)

